Wor.'s profileAll In The State Of MindPhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    9/29/2007

    มุมมองในชีวิต

    หากคุณไม่อาจที่จะหลับไหลในยามราตรีนี้
    ใคร่ครวญให้ดียังมีผู้ไร้แม้ที่ซุกหัวนอน
     
    ไม่ต้องรันทด หากท่านอยู่ในรถที่ติดไปไหนไม่ได้
    เพราะมีคนอีกมามายที่ไม่เคยมีแม้โอกาสได้นั่งรถ
     
    หากวันนี้มีงานที่กวนใจท่านมาก คิดเสียว่า
    ยังไม่ลำบากเท่าคนที่ตกงานนานกว่าสามเดือนแล้ว

    ยามเมื่อความสัมพันธ์สะบั้นลง อย่าเพิ่งคิดสั้น
    เพราะยังดีกว่าผู้ที่ไม่เคยรู้จักรัก
     
    อย่าอาวรณ์ตอนสุดสัปดาห์จะผ่านพ้น
    จงคิดถึงคนหาเช้ากินค่ำไม่มีวันพัก เพียงเพื่อจักยังชีพ

    แม้ต้องเดินเสียไกลลิบ เพื่อขอความช่วยเหลือยามรถเสีย
    ให้นึกถึงผู้ที่เป็นอัมพาตที่อยากอาสาเดินแทน

    หากส่องกระจกพบผมหงอกเพิ่มมาอีกเส้น
     ยังดีกว่าเป็นผู้ป่วยเคมีบำบัดที่หวังเพียงว่า ผมจะงอกได้อีก
     
    ยามโชคร้ายแทบหมดอาลัยตายอยาก จงดีใจเถิด
    เพราะยังประเสริฐกว่าผู้ที่ตายไปก่อนจะมีโอกาสใด
     
    หากต้องทนให้ผู้อื่นระบายทุกข์ใส่ จะแย่กว่าเป็นไหนไหน
     ถ้าต้องเป็นทุกข์นั้นเสียเอง
     
     
    ยิ้มยิ้มแฉ่งขยิบตาประหลาดใจแลบลิ้นใส่แว่นสติเฟื่องง่วงกำลังใช้ความคิดกลอกตาไปมาสงสัยเขินอายยิงฟัน
    9/25/2007

    ความรักมักเป็นเช่นนี้แหละ

     ....`๏’ ความรักมักเป็นเช่นนี้แหละ `๏’ ....




    โลกมีหลายสิ่งหลายอย่าง . . . เปลี่ยนแปลงมากขึ้นทุกวัน
    ไม่ว่าภาวะโลกร้อน . . . น้ำจะท่วมโลก . . . หรือแผ่นดินจะไหว






    ก็เหมือนชีวิตคนเราย่อมมีความไม่แน่นอน
    ตอนนี้เราอาจกำลังยิ้ม . . . อีกประเดี๋ยว . . . เราก็อาจกำลังร้องไห้
    แล้วอีกสักเดี๋ยว . . . เรากำลังหัวเราะก็ได้ ไม่มีอะไรแน่นอน . . .
    ชีวิตก็เหมือนละคร แล้วแต่ว่าเรากำลังเล่นบทอะไร
    มันมีทั้งสุข และทุกข์ คละเคล้ากันไป





    โดยเฉพาะความรัก . . . มักเล่นตลกกับตัวละครเสมอ
    ใครสุขสม . . . ก็ปลื้มกันไป
    ใครทุกข์ตรม . . . ก็เศร้าหมองปวดร้าว
    แต่ไม่ว่า เราจะต้องเล่นบทอะไร
    เราก็ต้องยอมรับให้ได้ว่า . . . ไม่ว่าผิดหวัง . . . หรือว่าสมหวัง . . .
    เราก็ต้องเผชิญกับความเป็นจริงให้ได้ …เพื่อตัวเราเอง






    ยามสมหวัง . . . เราก็สุขใจ . . . และมีกำลังที่จะเดินต่อไปข้างหน้าอย่างเปี่ยมล้น
    แม้ยามผิดหวัง . . . ถึงจะทุกข์ . . . แค่ไหน
    เราก็ต้องมีกำลังเดินต่อไปข้างหน้าเช่นกัน
    อย่ามัวแต่โทษว่าเป็นความผิดของใคร . . . หรือโทษฟ้าโทษดิน
    หรือโทษคนโน้น คนนี้ โทษไม่เรื่อย ไม่สิ้นสุด





    หากวันนี้ . . . เราอยากร้องไห้ . . . ก็ร้องเสียให้หมด . . .
    ร้องเสียทีเดียวให้สุด . . . เท่าความผิดหวังและเสียใจที่มี
    แล้วลุกขึ้น..เพื่อยิ้มรับกับวันใหม่ของเรา
    เพราะไม่มีใครสุขได้ตลอด หรือทุกข์ไม่จบไม่สิ้น





    อย่ายึดติดกับอดีตที่ผ่านมา ไม่ว่าสุข หรือ ทุกข์
    เก็บอดีต . . . ไว้ในความทรงจำ . . . เพื่อเป็นคติเตือนใจ
    ให้เราก้าวต่อไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง
    ให้เราฝ่าฟันอุปสรรคต่าง ๆ ด้วยความแข็งแกร่ง





    แค่เรามีสติ . . . ยึดมั่นใน . . . พระพุทธ . . . พระธรรม . . . พระสงฆ์
    หรือสิ่งที่เรานับถือ บูชา . . . ในดวงใจ เป็นที่มั่น
    ถึงวันนี้ . . . จะไม่มีใครรักเรา . . . แต่จงจำไว้ . . .
    ไม่มีใคร . . . รักเรา . . . มากเท่าตัวเราเอง . . .

    ไม่มีชัยชนะใดยิ่งใหญ่ ..เหนือชนะ ตนเอง
    คุณว่าใช่ หรือ ไม่



    __________________
    9/22/2007

    "ความรัก"

    เค้าว่าเรื่อง "ความรัก" ไม่มีคำว่าถูกและผิด
    คุณไม่ผิดที่ไปรักเค้าคนนั้น
    และเค้าเองก้อคงไม่ผิดที่ไม่ได้รักคุณ

    ในทางตรงข้าม คุณไม่ผิดที่ไม่ได้รักเค้าคนนั้น
    และเค้าก้อไม่ผิดที่มารักคุณเช่นกัน

    .........การห้ามใจไม่ให้รักนั้นยากนัก
    แต่คงเทียบไม่ได้กับการห้ามใจให้ลืมรักเพราะย่อมยากกว่า

    คุณอาจทำได้เมื่อมีใครอีกคนก้าวเข้ามาในชีวิตคุณ
    แต่มันคงไม่ง่าย
    ถ้าคุณต้องหักใจให้ลืมในขณะที่คุณอยู่คนเดียว

    ..........เค้าว่าการชนะใจตัวเองนั้นอาจดีและมีค่าที่สุด
    แต่ในเรื่องความรัก การชนะใจคนที่เรารักนั้นอาจย่อมมีค่ากว่า
    แต่มันอาจมีค่ากว่านั้น
    ถ้าคุณสามารถชนะใจตัวเองที่จะปฏิเสธกับความรักที่ย้อนมาหาคุณ
    และมันอาจมีค่าที่สุด
    ถ้าคุณยอมที่จะ "แพ้" ใจตัวเองเพื่อจะกลับไปหาความรักนั้น

    ...........ความรักเป็นเรื่องของคนสองคน
    แต่อย่าลืมว่าบนโลกไม่ได้มีแค่เค้าทั้งคู่
    อย่าโกรธเค้าที่ต้องปฏิเสธรักจากคุณ
    ด้วยเหตุผลว่าเราเข้ากันไม่ได้
    ด้วยเหุผลว่าสังคมเราต่างกัน
    ด้วยเหตุผลว่าเค้ายังรักคุณอยู่
    ด้วยเหตุผลว่าเค้ารักคนอื่นที่มีค่าพอกับคุณ


    ............วิทยาศาสตร์อาจต้องการเหตุผล
    แต่เรื่องความรักย่อมไม่ต้องการเหตุผลใดใด
    คนดีอาจรักกับคนเลว

    จงอย่าโทษเค้าว่าเค้ารักคนผิด
    จงอย่าโทษเค้าว่าเค้ารักคนที่ไม่เอาไหน
    และจงอย่าโทษตัวเองว่าเรารักคนที่ไม่ดี

    เพราะสิ่งที่คุณทำนั้นถูกต้องแล้ว จงเชื่อในสายตาของตัวเอง
    จงเชื่อประตูหัวใจอันมีค่าที่เลือกจะเปิดรับเค้าคนนั้น

    ............แม้ใครจะพูดว่าคู่ของเราเป็นคนไม่ดี
    แต่ในแง่ของความรัก คุณทั้งสองเป็นคนดีของกันและกัน
    อย่าโกรธเค้าที่บางครั้งเค้ายอมเป็นคนตาบอด
    อย่าโกรธเค้าที่บางครั้งเค้ายอมเป็นคนหูหนวก
    บางครั้งการไม่เห็นและไม่ได้ยิน
    เพื่อรักษาและถนอมความรักเอาไว้
    ก็อาจเป็นสิ่งที่ดีที่สุด

    .............นิยามความรักแต่ละคนย่อมต่างกัน
    ไม่แปลกที่บางคู่อาจทะเลาะกันทั้งวัน
    ไม่แปลกที่บางคู่อาจหวานให้แก่กันได้ทั้งวัน
    และไม่แปลกที่บางคู่ต่างเฉยชาต่อกัน
    และก้อคงไม่แปลกเลยที่บางคู่อาจต่างกันราวฟ้ากับดิน

    เพราะบางครั้งความรักคือ การเติมเต็ม 

    นาฬิกา กะ เพื่อน

      นาฬิกา กะ เพื่อน
     
      ถ้าเราจะถามอะไรสักอย่างหนึ่งได้มั๊ย...

    เพื่อนตามความคิดคุณคืออะไร?

    เค้ามีความสำคัญกับคุณมากแค่ไหน

    “เทียบกับคนรักของคุณได้บ้างรึเปล่า”

    ฉันมีบ้างอย่างอยากจะเล่าให้ฟังแค่นั้นเอง...

    มีนาฬิกาปลุกอยู่เรือนนึง มันทำหน้าที่ของมันทุกวัน

    ทั้งเข็มยาวเข็มสั้น…. ยังคงเดินทางรอบหน้าปัดอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

    ตอนเช้าๆๆๆๆๆๆๆๆ มันจะส่งเสียงกวนประสาท
    เสียงที่ทำให้เราต้องตื่นจากความฝันแสนหวาน
    เราตอบแทนมันโดยการเอื้อมมือไปควานหา "ตบหรือกดมันอย่างแรง"
    ด้วยความรำคาญ เพื่อให้มันเงียบ
    ทั้งๆที่มันก็ช่วยให้เราไม่ไปผิดนัดสำคัญๆอยู่เสมอ
    และถ้ามันเผลอปลุกเราในวันพักผ่อน
    บางทีเราอาจจะขวางมันทิ้งเสียด้วยซ้ำ
    ทั้งๆที่เราก็เป็นคนตั้งเวลาเอาไว้เอง

    บางครั้งเราก็มัวทำอย่างอื่นที่เราเห็นว่าสำคัญมากเสียยิ่งกว่า
    “นาฬิกา” ที่มันตั้งอยู่ที่เดิมของมันทุกวัน
    เราไม่ใส่ใจมันเท่าไรหรอก จะสนใจมันแค่ตอนเรา
    “อยากรู้เวลาก็เท่านั้นเอง”

    จนกระทั่งวันนึง... นาฬิกาเดิมๆเรือนนั่นมันเงียบหายไป
    คุณไม่รู้หรอกว่ามันเงียบไปเมื่อไร...
    คุณจำไม่ได้หรอกว่าตอนมันเดินครั้งสุดท้าย คือ ตอนไหน...
    คุณได้แต่โทษมันในเช้าวันนั้นว่า...

    “ไอ้นาฬิกา เฮงซวย..ทำไมถึงไม่ปลุก”

    ทั้งที่มันเงียบไปเพราะคุณ……… คุณว่าไหม ว่า...

    เพื่อนมันเหมือน “นาฬิกาปลุก” เนอะ…

    ทำไมนะเหรอ………. คุณคิดดูสิ...
    ความรักระหว่างเพื่อนก็เหมือนการเดินของเข็มนาฬิกานะ
    เดินอยู่ที่เดิมๆๆๆๆๆ แต่ก็เดินไปได้เรื่อยๆๆ
    ไม่เหนื่อยไม่เบื่อ

    บางครั้งเพื่อนก็เตือนเรา บอกเรา
    แนะนำเราในบางเรื่องที่เราควรจะฟังแต่เรากลับรำคาญมัน
    พูดทำร้ายน้ำใจเค้า หรือทำให้เค้าเสียใจ
    เพราะคิดว่าคำพูดเตือนของเค้าทำให้คุณรำคาญ
    ถึงแม้บางทีคุณก็ทำไปเพราะไม่ได้ตั้งใจ

    แต่ลองสังเกตสิ... สิ่งที่เพื่อนๆคุณเตือน
    (ด้วยความหวังดีนั้น) บางทีกลับช่วยคุณได้หลายๆเรื่อง...
    หลายครั้งหลายคราวที่คุณมัวแต่ทำเรื่องอื่น
    ให้ความสำคัญกับคนอื่นๆ และมองข้ามความสำคัญเพื่อน
    เพราะคุณคิดอยู่เสมอว่า... ความรักของเพื่อน มันเป็นเรื่องปกติ
    ธรรมดา เช่นเดียวกับนาฬิกา…
    ที่มันจะเดินไปอย่างนั้น…เหมือนทุกๆวัน
    แต่คุณคงลืมไปว่าสักวัน ถ่านที่คุณใส่ไว้มันก็ต้องหมด
    นาฬิกาไม่ได้ละเลยหน้าที่ของมัน หากเพียงแต่เมื่อเวลาผ่านไป
    มันจะเอาแรงที่ไหนเดินหากไม่มี แบตเตอร์รี่

    เช่นเดียวกันกับเพื่อนของคุณ
    แม้เค้าจะรักและปรารถนาดีกับคุณมากแค่ไหนก็ตาม
    หากคุณเองไม่เคยใส่ใจ หลงลืมไปว่ายังมีเค้าอยู่
    ก็เปรียบเหมือนดังนาฬิกา...
    ที่มันไม่ได้ละทิ้งหน้าที่ของมันหรอก
    หากแต่เพียงคุณเองที่ไม่เคยจะเอาใจใส่นาฬิกาเก่าๆเดิมๆเรือนนั้นเลย...
    ถึงเวลาหรือยังที่คุณจะหันกลับมามอง มองดูนาฬิกาเรือนเดิม
    ไม่สายไปใช่ไหมที่คุณจะใส่ถ่านให้มันอีกครั้ง
    และไขลานให้มันเดินดังเดิม เพื่อให้นาฬิกาเรือนเดิม
    กลับมาทำหน้าที่น่าเบื่อเดิมๆ อีกสักครั้ง...

    เรื่องที่ควรรู้ก่อนจะเริ่มมีรัก

    เรื่องที่ควรรู้ก่อนจะเริ่มมีรัก

    1. ไม่มีคำว่าต่ำต้อย และอย่าดูถูกตัวเองเด็ดขาด
    โปรดจำไว้ให้แม่นว่า แม้คุณจะไม่ได้ดิบดีวิเศษวิโสเท่าคนอื่นๆ แต่คุณก็มีอะไรดีๆ มากมายอยู่ในตัวเอง เพียงแต่รอเวลาที่จะเผยโฉมหน้าของมัน ให้ใครต่อใครชื่นชม อย่าดูถูกตัวเองเด็ดขาด เพราะจะเป็นการบั่นทอนความเชื่อมั่นอย่างร้ายแรงที่สุด แม้ว่าใครจะวิพากษ์วิจารณ์คุณในทางร้ายอย่างไรก็จงเฉยเสีย อย่าไปตอบโต้ เพราะไม่มีใครหรอกที่อยากเห็นคนอื่นดีกว่าตัวเอง


     
    2. กล้าที่จะเสี่ยง
    คุณควรที่จะลองเสี่ยงกับชีวิต โดยการออกไปเผชิญโลกภายนอกที่ไม่คุ้นเคยบ้าง หาประสบการณ์แปลกใหม่ สร้างสีสันให้กับชีวิต รู้จักเพื่อนใหม่ๆ เปิดใจมองโลกให้กว้าง ยิ้มเข้าไว้ในทุกแห่งที่คุณย่างกรายไป
    รอยยิ้มเป็นประตูอย่างดีสำหรับมิตรภาพ


     
    3. อย่าทำตัวเป็นแม่พิกุลทอง
    เพราะคนที่จะดึงดูดใจคนอื่นนั้น โดยมากจะไม่ใช่คนที่วางเฉย หากเป็นคนมีมนุษยสัมพันธ์ดี หาโอกาสคุยกับคนใกล้เคียงก่อน แล้วกระจายไปยังคนรอบข้าง ยิ่งคุณผูกมิตรกับคนทั่วไปมากขึ้นเท่าไหร่
    เสน่ห์ในตัวคุณก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น แต่ที่ควรระวังคืออย่าพูดมากเกินไป จนคู่สนทนาเกิดความรำคาญ

     
    4. รอบรู้สนใจในทุกๆ เรื่อง
    ต้องพึงหาความรู้ใส่ตัวไว้ในทุกๆ เรื่อง เผื่อว่ามีคนถาม แล้วคุณจะได้แสดงภูมิปัญญาออกไปให้เขาฮือฮาเล่น แต่อย่าอวดตัวเองว่าแน่เหลือหลาย เพราะแทนที่จะเป็นผลดีกลับติดลบ แม้ว่าคุณเก่งจริงก็ตาม
    ไม่สังเกตหรือว่าคนที่เข้ากับใครๆ ได้ทุกคนคือคนที่รู้จักถ่อมตัว ถ้าเรื่องไหนที่คุณไม่รู้ก็จงบอกออกไปเรียบๆ ว่าไม่ได้ติดตามเรื่องนี้ แล้วถามกลับอย่างสุภาพว่าเขาพอจะให้ความรู้แก่คุณบ้างได้ไหม
    อย่าดันทุรังตอบไปข้างๆ คูๆ เด็ดขาด

     5. ท่วงท่าให้ดูสง่างาม มั่นใจ สร้างความดูดีให้กับตัวเอง
    คุณอาจเคยเห็นคนที่มองรวมๆ แล้วดูดีมีเสน่ห์กว่าคนสวย แค่มีมันสมองที่ฉลาดปราดเปรื่อง หน้าตาที่เข้าท่าให้ดูสง่า มั่นใจดูแลผิวพรรณให้สะอาดสะอ้าน แต่งเนื้อแต่งตัวให้เหมาะกับโอกาสและสถานที่
    ผมเผ้าทำให้รับกับใบหน้า อย่าตามแฟชั่นจนเกินงาม เพราะอาจไม่เหมาะกับเราก็ได้ ยิ่งคุณดูแลตัวเองมากขึ้นเท่าไหร่ ผลกระทบจากสายตาคนภายนอกก็จะส่งผลให้ความเชื่อมั่นในตัวคุณเพิ่มมากขึ้น


     6. หมั่นชมผู้อื่นด้วยความจริงใจ
    อย่าสงวนคำพูดชมเชยคนอื่นไว้เพื่อตนเอง ถ้าคุณชื่นชมใครจงแสดงออกมาอย่างเปิดเผย เพราะในที่สุดคำชมนั้นจะหวนกลับมาหาคุณเอง เพราะเมื่อคุณเห็นความดีงามในตัวผู้อื่น เขาก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องชมเชยคุณเช่นกัน เป็นการเพิ่มความมั่นใจให้กับคุณด้วย อย่าไปคิดว่าการชมเชยผู้อื่นเป็นเรื่องไม่ดี ไม่จริงใจ
    เพราะนั่นก็เป็นการแสดงถึงการที่คุณก็เชื่อในความคิดของคุณเหมือนกัน จึงกล้าชมเชยเขาออกไป

     
    7. เอาใจเขามาใส่ใจเรา
    การมองโลกด้วยสายตาคนอื่น เป็นคุณสมบัติที่น่ารักมากทีเดียว เพราะเมื่อคุณยืมสายตาของคนอื่นมาไตร่ตรองในการกระทำที่ทำลงไป ก็จะรู้ซึ้งว่าที่ทำไปน่ะถูกรึเปล่า บางครั้งเราอาจจะคิดว่าตัวเราที่เป็นอยู่น่ะ มันดีเลิศประเสริฐศรีหาใครเทียบเทียมแล้ว แต่ความจริงในสายตาของคนอื่นกลับกลายเป็นยายเฉิ่มเบ๊อะที่หลงตัวเองอย่างไม่ลืมหูลืมตา ลองมองตัวเองด้วยสายตาของผู้อื่น แล้วจะรู้ก้าวต่อไปที่จะเดินไปข้างหน้านั้น ไปขวางหูขวางตาชาวบ้านเขารึเปล่า หรือว่าเขากำลังมองดูเราอย่างชื่นชมกันแน่


     
    8. ลบล้างความทรงจำที่เลวร้าย
    ถ้าคุณมีความทรงจำที่ทำร้ายความรู้สึกมาก่อน จงลบล้างมันเสียให้หมด เพราะคุณอยู่กับวันนี้และพรุ่งนี้เท่านั้น เปลี่ยนเรื่องร้ายให้กลายเป็นเรื่องดี นึกเสียว่าเรากำลังเรียนรู้โลกทั้งสองด้าน มีทั้งดีและไม่ดี อย่าไปเก็บความทรงจำในอดีตมาคิดให้ขุ่นมัวเสียความมั่นใจไปเปล่าๆ

    9/20/2007

    A-Z The (Friend) Series

    A-Z The (Friend) Series
    Always be homest , would you want them to lie to you?
    จงซื่อสัตย์เสมอ...... คุณต้องการให้เพื่อนโกหกคุณเหรอ
    Be there when they need you, or you may wind up alone
    จงอยู่เคียงข้างเมื่อเขาต้องการ.....หรือคุณต้องการจะอยู่คนเดียว
    Cheer them on, wi all need encouragement now and then
    ให้กำลังใจ......เราทุกคนต่างก็ต้องการการสนับสนุนเป็นบางครั้ง
    Don't look for their faults, even if you have none
    อย่ามองหาข้อผิดพลาดของเขา.....แม้ว่าคุณจะไม่มีข้อผิดพลาดแม้แต่ข้อเดียว
    Encourage their dreams, what would we be without them?
    สนับสนุนให้เขาทำตามความฝัน.......เราจะอยู่อย่างปราศจากความฝันได้อย่างไร
    Forgive them, you just may do somethin wrong sometime
    ให้อภัย ....คุณอาจจะเคยทำผิดพลาดในบางเวลา
    Get together often, misery loves company, so does glee
    เจอกันบ่อยๆ...... เมื่อมีความทุกข์ ต้องมีเพื่อนเพราะการคบค้าสมาคมทำให้เกิดความสนุกสนาน
    Have faith in them, the human animal is remarkable
    มีศรัทธาในเพื่อน.....การมีศรัทธาเป็นสิ่งที่แบ่งแยกมนุษย์ออกจากสิ่งมีชีวิตอื่น
    Include them, you mayneed to be included sometime
    รวมเขาเข้าไปด้วย......คุณก็อาจจะต้องการถูกรวมบ้างบางครั้ง
    Just be there when they need you
    อยู่ข้างๆ.......เมื่อเขาต้องการคุณ
    know when they need a hug, and couldn't you use one?
    รู้ว่าเมื่อไหร่ที่เขาต้องการให้กอด...เคยกอดเพื่อนบ้างหรือยัง
    Love them unconditionally, that is the only condition
    รักโดยไร้ข้อแม้........นี่เป็นเพียงเงื่อนไขข้อเดียวเท่านั้น
    Make them feel spicial, because aren't we all special?
    ทำให้เขารู้สึกเป็นคนพิเศษ.. เพราะเราทุกคนก็เป็นคนพิเศษไม่ใช่เหรอ?
    Never forget them, who wants to feel forgotten
    อย่าลืมเพื่อน........ ใครบ้างอยากถูกลืม
    Offer to help, and know when " No thanks" is just politeness
    เสนอตัวที่จะช่วยเหลือ......และควรรู้ว่าเมื่อไหร่ที่คำว่า "ไม่เป็นไร ขอบคุณ "เป็นคำพูดแค่เพื่อมารยาท
    Praise them honesly and openly ยกย่องเพื่อนอย่างจริงใจ และเปิดเผย
    Quietly desagree, noisy No's make enemies
    อย่าโต้แย้งอย่างโจ่งแจ้ง........การทำเช่นนั้นก่อให้เกิดศัตรู
    Really listen, a friendly ear is a soothing balm
    ตั้งใจรับฟัง.......การรับฟังของเพื่อนคือยารักษาอาการ
    Say you're sorry, don't let them assume it
    กล่าวคำขอโทษ.......อย่าปล่อยให้เพื่อนต้องสันนิษฐานเอาเอง
    Talk frequently, connunication is important
    พูดคุยกันบ่อยๆ ........การสื่อสารเป็นสิ่งสำคัญ
    Use good judgement  ใช้ข้อตัดสินที่ดี
    Verbalsise your feelings อธิบายความรู้สึกของคุณเป็นคำพูด
    Wish them luck, hopefully good  อวยพรให้โชคดี ....หวังว่าเขาจะพบแต่เรื่องดี
    Examine your motives before you "help" out
    ตรวจสอบเจตนาของคุณ ก่อนที่จะขอความช่วยเหลือ
    Your words count, use them wisely
    คำพูดของคุณมีค่า ......จงใช้อย่างชาญฉลาด
    Zip your lips when they told a secret ปิดปากให้สนิทเมื่อเพื่อนบอกความลับ
                      สิ่งสำคัญสุดท้าย --เพื่อน คือ ศัตรูที่รู้ใจ--
    9/17/2007

    ก่อนจะต้องพูด คำว่า "ขอโทษ

    ๏’ ก่อนจะต้องพูด คำว่า "ขอโทษ" `๏’



    .... ถ้าคิดจะพูดอะไรกับใครซักคน ...
    หรือจะทำอะไรให้ใครซักคนเจ็บ ....



    อย่าลืมว่า ..... เราไม่สามารถ
    เรียกสิ่งที่พูดออกไปกลับมาได้อีกแล้ว
    ถ้าหวังว่าให้คนนั้นเจ็บ ก็สมหวังแล้ว

    แค่ไม่รู้ว่า ... ซักวัน เราจะอยากให้คนนั้นหายเจ็บรึเปล่า
    ไม่รู้ว่าซักวันเราจะรู้สึกผิดที่พูดออกไปรึเปล่า
    เพราะมันเรียกคืนมาไม่ได้แล้ว

    ถ้าซักวัน เราเองที่ต้องเป็นคนเสียใจ
    ที่พูดแบบนั้น...ที่ทำแบบนั้น
    เราก็ไม่สามารถ กลับไปแก้ไขได้แล้ว
    ทำได้แค่ ขอโทษ

    ...ขอโทษ...อาจจะได้รับการยกโทษ
    แต่ที่เจ็บปวด ...ไม่รู้ว่า ...จะหายเมื่อไหร่
    ความสัมพันของคนเราก็เหมือนแก้วน้ำใบนึง
    มันไม่ได้เปราะบางอะไรมาก
    ถ้าเราไม่ได้เผลอทำหลุดมือ
    ... หรือจงใจทำให้มันแตก


    แต่ถ้ามันแตกไปแล้ว ทำยังไงก็ไม่มีทางกลับมาเหมือนเดิม
    เราต้องใช้เวลาซักเท่าไหร่ ประกอบมันขึ้นมาใหม่
    แล้วต้องโดนมันบาด ซักกี่แผลมันถึงจะกลับมาเป็นแก้วได้
    ถึงอย่างนั้น..มันก็ไม่มีวันเหมือนเดิม....


    ......ก่อน..จะต้องพูดว่า..ขอโทษ
    อยากให้รักษาจิตใจ ..คนที่เรารัก คนที่รักเราให้มากๆ
    อย่าให้ต้องเสียเวลามา เจ็บปวด....
     
    9/16/2007

    เคยมีมั้ย

    ๏~* เคยมีมั้ย *~๏  
     

































    เมาอย่างไร……แฟนถึงไม่โกรธ

    เมาอย่างไร……แฟนถึงไม่โกรธ

     

     



    ไอ้เรื่อง..ซิกแซกขอให้บอก โดนใจหนุ่มสาวนักเที่ยวกันดีนักแล วันนี้เหมือนเดิม..เรามีเรื่องดีๆมาให้อ่าน (ดีไม่ดีแล้วแต่จะโปรด) พอได้อ่านแล้วอาจไม่ตรงซะทีเี่ดียว แต่ใครจะเอาไปใช้ในแบบตัวเองก็ไม่ว่ากัน เพราะเราเข้าใจว่าเรื่องเมาเป็นเรื่องธรรมชาติ... บุญนำ ตื่นขึ้นมาตอนสาย ๆ ของวันเสาร์ เขารู้สึกปวดหัวและเมาค้าง เนื่องจาก เมื่อคืนดื่มหนักไปหน่อย แต่เขาก็ต้องแปลกใจเมื่อเขาพบว่า เสื้อผ้าที่เขาใส่เมื่อคืนนี้ ได้ถูกซักสะอาดและรีดอย่างเรียบร้อย ทุกสิ่งทุกอย่างในห้องนอนถูกจัดไว้เป็นระเบียบเขามอง เห็นโน้ตวางอยู่บนโต๊ะ มีข้อความว่า" ที่รักอาหารเช้าของคุณอยู่ในเตา กาแฟอยู่ในกระติกน้ำร้อน ฉันไปซื้อของที่ตลาดประเดี๋ยวกลับมา รักคุณมากที่สุด "

    บุญนำขยี้ตาแล้วลองหยิกแขนตัวเอง เมื่อรู้ว่านี่ไม่ใช่เขาฝันไปแน่นอนจึงเกิดความสงสัย "มันเกิดอะไรขึ้น ? "

    โดยปกติ เขาจะมีปากเสียงกับภรรยาของเขาทุกครั้งที่เขาเมากลับ บ้าน แต่เมื่อคืนนี้เขาเมายิ่งกว่าคืนใด ๆ แต่ทำไมทุกอย่างมันกลับตาลปัตรอย่างนี้

    เขาเดินเข้าไปในครัว อาหารเช้ากาแฟถูกเตรียมไว้อย่างดีสำหรับเขา เมื่อยกมานั่งกินที่โต๊ะอาหารเขาพบว่า ลูกชายนั่งกินอาหารเช้าอยู่ก่อนแล้ว

    บุญนำ : เมื่อคืนนี้เกิดอะไรขึ้น ?
    ลูกชาย : เมื่อคืนนี้พ่อกลับบ้านตอนตีสาม พ่อเมามากเดินโซเซชนตู้แตก เก้าอี้หักแล้วพ่อยังอาเจียนเลอะบ้านไปหมด
    บุญนำ : จริงเหรอ ? แม่ไม่โกรธหรือ ?
    ลูกชาย : แม่ลงมาดูแล้วโกรธมาก แม่ลากพ่อไปยังห้องนอน แล้วแม่ก็ถอดกางเกงที่เลอะอาเจียรของพ่อ ออก
    บุญนำ : แล้วไงต่อ ?
    ลูกชาย : พ่อไม่ยอมให้แม่ถอด พ่อได้แต่พูดว่า ” คุณ คุณ อย่าดีกว่าผมมีเมียแล้ว “

     

    คนรักในฝัน

    คนรักในฝัน

    > >>ถ้าถามว่า อยากได้ คนรักแบบไหน ...
    > >>คงจะตอบได้ว่า อยากจะได้คนรัก แบบเพื่อน
    > >>
    > >>คนเรานั้นความจริงแล้ว เกิดมาเพื่อหามิตรแท้
    > >>ถ้าเราพบใครสักคนที่เป็นมิตรแท้ของเรา
    > >>เป็นเพื่อนของเราอย่างแท้จริง
    > >>เป็นคู่ทุกข์ คู่ยาก คู่สุข คู่สม ในทุกเรื่องราวแล้ว
    > >>ชีวิตนี้ ก็คงไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว
    > >>
    > >>ถ้าอยากจะหาคู่แท้ คู่ชีวิต หาคนที่จะเป็นคู่คิด มิตรคู่กาย
    > >>อาจจะหาได้ยาก
    > >>อาจจะต้องใช้เวลานานในการค้นหา
    > >>อาจจะต้องอดทนรอคอย
    > >>อาจจะต้องพิสูจน์รักแท้ด้วย กาลเวลา
    > >>
    > >>รักแท้เกิดขึ้นได้ยาก
    >..
    > >>แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้ว..จะไม่จางไปตามกาลเวลา
    > >>รักแรกพบอาจจะเปลี่ยนเป็นรักแท้ได้..
    > >>แต่รักแท้ส่วนใหญ่แล้ว จะไม่ใช่รักแรกพบแน่นอน
    > >>
    > >>คนเรา ...ต้องการ...ใครสักคน ที่จะอยู่เคียงข้างเรา
    > >>ใครจะปฏิเสธได้ว่า สิ่งที่เราต้องการมากที่สุด
    > >>นอกจากคนที่จะมาเป็น พ่อ หรือ แม่
    > >>ของลูกเราแล้วนั้นจะไม่ต้องการใครสักคน
    > >>ที่สามารถ ยืนหยัดเคียงข้างเราในทุกสถานการณ์
    > >>ไม่ว่าในยามที่สำเร็จ ... สมหวัง...หรือพ่ายแพ้ อย่างหมดรูป ..
    > >>
    > >>ถ้าคนรักของคุณ .... ถึงแม้จะไม่สนใจ..เอาใจใส่..
    > >>พูดจาไพเราะเสนาะหู.. ไม่หล่อ เท่ห์ สูง สมาร์ต
    > >>หรือว่า สวย หุ่นเพรียว.. ดังใจที่คุณต้องการ...
    > >>แต่ถ้าเขา และเธอ.. สามารถยืนเคียงข้างคุณได้.. ทุกสถานการณ์..
    > >>เป็น มิตรแท้... ที่แท้จริงในชีวิตของคุณ ..
    > >>ก็น่าจะเพียงพอแล้ว ไม่ใช่หรือ..
    > >>
    > >>ความรัก.. เมื่อมีรัก
    >ก็ เสื่อมรักได้..
    > >>
    > >>ความหลง.. เมื่อหมดรูป รส กลิ่น สี..
    > >>คุณจะหลงอะไรในตัวคนรักของคุณ...
    > >>แต่ความเข้าใจ... ไม่ทอดทิ้งกัน ความเป็นมิตรแท้
    > >>นี่สิ... ที่ไม่มีวันจะหมดไป....
    > >>
    > >>Never say I love you If you dot really care
    > >>Never talk of feelings If they arent really there
    > >>Never hold my hand If you mean to break my heart
    > >>Never say forever If you ever plan to part
    > >>Never look into my eyes If you are telling me a lie
    > >>Never say hello If you think you will say goodbye
    > >>Never say that I'm THE one If you dream of more than me
    > >>Never lock up my heart If you dont have the key
     

    เพื่อน

    เพื่อน

    เพื่อน..โผล่หัวมาตอนโต...เป็นใครไม่รู้..แล้วจู่ๆ
    วันหนึ่งเราก็รักมันได้
    ฉันมองความรักเพื่อน..เป็นความรักที่น่าเคารพยกย่อง
    แต่ต้องเป็นเพื่อนแท้ด้วยนะ..เพื่อน..จะรักกันแบบพอดีๆ
    ไม่หวง..ไม่หึง.ไม่ต้องการอะไรตอบแทน..เรารักกันสบายๆ
    มีปัญหาปรึกษากัน.มีเรื่องเดือดร้อนช่วยกัน..
    มีอะไรไม่สบายใจปรับทุกข์กัน
    แต่ในขณะเดียวกันต่างคนต่างกมีโลกเป็นของตัวเอง
    เธอมีแฟนฉันไม่ว่า..เธอสนุกของเธอไป.. 
    เราต่างยินดีในความสุขของกันและกัน 
    ไม่ต้องมาเจอกัน...ก็ยังห่วงกัน..ยังคิดถึงกัน
    ถามไถ่สารทุกข์สุขดิบอยู่เสมอ
    ถ้ามั่นใจว่าเจอเพื่อนแท้แล้ว..เชื่อเถอะว่า.. 
    ไม่ว่าเราจะห่างกันอย่างไร..เราจะคิดถึงกัน 
    และเราจะไม่มีวันเลิกคบกัน..เพราะเธอไปมีเพื่อนใหม่.. 
    ต่างฝ่ายต่างมีเพื่อนใหม่....
    ก็ยังเป็นเพื่อนกันได้...
    มันเป็นความรักที่ไม่มีเงื่อนไข
    คนบางคนบอกว่า..คุยกับเพื่อนได้ทุกเรื่อง..
    แต่คุยกับแฟน..กับพ่อแม่ได้บางเรื่อง 
    นี่แหละ..ที่มันเป็นความรักที่ประหลาด...แต่งดงาม
    มันมีความเข้าใจ.. ไว้ใจ ..เชื่อใจ..ในจุดสมดุล 
    มันเป็นวันที่คนรักทุกคนต่างจะบอกความรู้สึกที่แท้จิงของกันและ กัน
     
    9/14/2007

    คุณค่าที่แท้จริงแห่งกาลเวลา

     
    คุณค่าที่แท้จริงแห่งกาลเวลา
     
     
    เราเข้าใจเรื่องราวของเวลาอย่างที่เคยเข้าใจอย่างนี้บ้างหรือเปล่า……

    ตอนเด็กๆ ... เมื่ออยากไปทะเล
    เราคิดถึงเรื่องราวของน้ำใสๆ ทรายสวยๆ ทิวทัศน์ที่มีบรรยากาศดีๆ จริงสิไปทะเลบ้างครั้งเขาบอกว่าต้องออกอาการแบบเหงาๆ เท้าที่ย่ำไปบนพื้นทรายรวมกับระลอกคลื่นที่กระทบฝั่ง สายลมและแสงแดดไม่ว่ายามเช้าสดใสหรือว่ายามบ่ายแก่ๆเมื่อพระอาทิตย์จะตกยังไงก็ยังคงมีเสน่ห์

    ตอนเด็กๆ ... เมื่อคิดถึงเรื่องราวของภูเขา
    เราคิดถึงป่าเขียวขจี เราคิดถึงน้ำตกหรือลำธารที่เย็นชื่นใจ เราคิดถึงพันธ์ไม้ป่าที่สวยๆ ต้นไม่ใหญ่ที่ทะมึนน่าเกรงขาม ยังคงคิดถึงเรื่องราวของนกและผีเสื้อสวยงาม และยังมีสัตว์ป่าที่ยังคงมีอยู่ ที่สำคัญคือการผจญภัยมากมายไม่ว่าจะเดินป่า หรือพักแรม แล้วยังเสน่ห์อีกมากมาย

    ตอนเด็กๆ ... เมื่อคิดถึงมื้ออาหาร
    เราคิดถึงโต๊ะและบรรยากาศที่แสนจะโรแมนติก อยากมีห้องสวยๆแบบในหนังนะ
    อาหารบนโต๊ะต้องมีเยอะที่สุด และแน่นอนต้องมีอาหารโปรดด้วย ยิ่งวันไหนมีอาหารที่เราชอบที่สุดในโลกบนโต๊ะ วันนั้นมื้ออาหารก็จะดีที่สุดในโลกเลย

    ตอนเด็กๆ
    เรามองสิ่งรอบข้างด้วยความกระวนกระวายเพื่อเรียกร้องเพื่อให้ได้มา บางโอกาสเราหงุดหงิดกับบรรยากาศที่ไม่เหมือนอย่างในละครที่มีแต่ความสุข เรามักจะเรียกร้องมากมายไม่ว่าจะเป็นตุ๊กตาสวยๆ เจ้าอุลตร้าแมนหรือเจ้ามดแดงตัวโปรด ของขวัญหรือสิ่งของ
    ภายนอกที่อยากได้ ต้องอย่างนั้นต้องอย่างนี้ อะไรๆก็ไม่ถูกใจไปหมด

    แล้วเวลาก็ผ่านไป……………………………………………

    เราเริ่มรู้ว่าไปทะเลที่ไหนมันก็เป็นทะเล มีน้ำมีหาดทราย มีสายลมและกลิ่นไอของทะเล

    เราเริ่มรู้ว่าไปภูเขามันก็มีป่าที่มีลำธาร มีสีเขียวของต้นไม้ ภูเขาก็คือภูเขานั่นแหละ

    เราเริ่มรู้ว่าทานอาหารอย่างมากก็แค่อิ่มไม่ว่าอาหารจะดีหรือไม่ สถานที่จะเป็นอย่างไรก็ไม่สำคัญ แหมมันก็กินอิ่มเหมือนกันนั้นแหละ

    เราเริ่มรู้ว่าข้อเรียกร้องหลายอย่างไม่ใช่เรื่องจำเป็นถึงที่สุด บางโอกาสถึงขนาดบอกว่าอะไรก็ได้

    เพราะอะไร…………..

    เพราะเมื่อเวลาแห่งชีวิตผ่านไปจนเราเข้าใจ เราจะรู้ว่า ไปทะเลก็ไร้ค่า ไปภูเขาก็ไม่ได้มีความสุข ทานอาหารที่ว่าเลิศรส บรรยากาศที่ว่าสุดยอดก็ไร้ความรู้สึกที่ดี การเรียกร้องและอยากได้ดูเหมือนจะมีข้อจำกัดน้อยลง

    เพราะทุกอย่างแม้เราจะได้ แต่เราไม่มีคนมี่เรารักหรือคนที่เราเคารพอยู่ด้วย

    ชีวิตของเราจะเหลืออะไร

    ………………………………………………

    คุณค่าของเวลาที่แท้จริงคือการที่เราได้อยู่กับคนที่เรารัก หรืออยู่กับคนที่รักเราต่างหาก

    อย่ามัวแต่เรียกร้องสิ่งที่เป็นมายา จนลืมความสำคัญของคนดีที่อยู่เคียงข้าง

    เหมือนภาษิตที่ว่า “บางครั้งเราจะรู้คุณค่าของสิ่งใดสิ่งหนึ่งก็ต่อเมื่อสูญเสียสิ่งนั้นไปแล้วเราก็ไม่สามารถเรียกเอาวันเก่าๆที่ดีกลับมาได้อีกเลย” 
    9/11/2007

    แตกต่าง... แต่เติมเต็ม

     
     
    แปลกมั๊ย..ใครๆ ก็คิดว่า เวลากับนาฬิกาเป็นสิ่งที่คู่กันเสมอ
    จิง ๆ แล้ว มันไม่ได้เป็นอย่างนั้นซักหน่อย

    เวลา... เดินไปข้างหน้า
    นาฬิกา.. เดินอยู่ที่เก่า

    เวลา.. เราไม่อาจย้อนกลับ
    นาฬิกา.. เราหมุนย้อนมันได้

    เวลา.. เมื่อสูญเสียไปแล้วไม่อาจเรียกร้องคืน
    นาฬิกา.. เสียก็ซ่อม หรือซื้อใหม่ไปเลย

    เวลา.. ได้มาฟรีๆ ไม่ต้องแลกกะอะไร
    นาฬิกา.. ยิ่งสวยยิ่งแพง ใช้เงินซื้อมันมาทั้งนั้น

    แล้วอย่างนี้ มันจะคู่กันได้ยังไง ในเมื่อมันแตกต่างกันเหลือเกิน
    แต่ถามหน่อย.. ถ้าไม่มีนาฬิกา จะรู้เวลามั๊ย

    หรือถ้ามีแต่นาฬิกา แต่ไม่รู้จักเวลา จะมีประโยชน์อะไร
    ถึง 2 สิ่งจะแตกต่างกัน แต่ถ้ามันจะคู่กันแล้ว
    ย่อมมีจุดร่วมกันเสมอ เพียงแต่จะมองเห็นมันรึป่าว

    ฉันกับเค้า.. อาจไม่มีอะไรเหมือนกัน
    ฉันกับเค้า.. มีความคิด และวิถีชีวิตที่ต่างกัน
    ฉันกับเค้า.. อาจเดินกันคนละเส้นทาง
    ฉันกับเค้า.. อาจมีความฝันที่ห่างไกลกัน
    ฉัน.. อาจเหมือนกับเวลา ที่ชอบเดินไปข้างหน้า

    หาสิ่งใหม่ๆที่ท้าทาย โดยทิ้งหลายสิ่งไว้ข้างหลัง
    เค้า.. อาจเหมือนกับนาฬิกา ที่ยังเป็นแบบเดิมๆ
    ใช้ชีวิตและทำหน้าที่ไปเรื่อยๆ ในมุมเก่าๆ

    ฉันอาจไม่พบกับเค้าเลย ถ้าฉันยังดึงดันจะมองแต่ข้างหน้า
    ฉันอาจไม่พบกับเค้าเลย ถ้าฉันไม่มองไปข้างหลัง
    เค้ายังไม่เห็นฉัน เพราะเขายังอยู่แบบเดิมๆ
    เค้ายังไม่เห็นฉัน เพราะเขายังก้มหน้าก้มตาทำหน้าที่ของเขาไป

    แต่ฉันยังเฝ้ามอง เฝ้ารอ
    ความแตกต่าง อาจสร้างกำแพงบังเค้าไว้
    แต่ฉันยังเชื่อมั่น ว่าซักวัน สิ่งนั้นน่ะแหละ
    ที่จะเชื่อมโยงใจเราเข้าหากัน

    ความแตกต่าง จะเติมเต็มส่วนที่เราขาดหาย
    และสุดท้าย ก็จะเหลือเพียงแค่คำว่า..
    ** กันและกัน **
    เหมือนกับเวลาและนาฬิกา ที่ยังคู่กันเสมอมา และตลอดไป 

    L*O*V*E

     
    บางครั้ง ความรัก ก็เข้ามาหาเรา
    เพื่อให้เราเรียนรู้ มิใช่ให้เราครอบครอง

    ... ไม่ผิดหากจะ รัก คนมีเจ้าของ
    แต่จะผิดหากเข้าไปทำหน้าที่ซ้ำซ้อนคนอีกคน

    ...หน้าที่ของความรัก คือการเดินไปมอบความรัก
    และยืนเฉยๆ เพื่อรับมัน ไม่ใช่การดิ้นรนเพื่อให้ได้มา

    ...ในห้วงรัก การถูกรัก มันสุขใจ
    การมอบความรักมันอิ่มเอม
    และเมื่อได้รับการปฏิเสธ มันทรมาน

    ...ความรัก...
    จะเกิดขึ้นเมื่อเกิดการถ่ายเทพลังอันอ่อนโยนของ คนสองคน

    ...ความรัก มิใช่การเข้าไปเป็นชีวิตเขา
    แต่คือการเข้าไปอยู่ข้างๆ ชีวิตเขา

    ...คนบางคนเหมาะที่เกิดมาเพื่อให้เรารัก
    แต่ ไม่เหมาะที่จะร่วมชีวิตด้วย

    ...ความรัก
    ระยะแรกทำให้ร่างกายหลั่งสารกระตือรือร้น
    ทำให้มนุษย์ทำทุกอย่างให้ได้มาซึ่งความรัก

    ...แฟน ก็คือ เพื่อนคู่คิด ที่ก้าวไปด้วยกันในวันข้างหน้า

    ...ในวันที่ความรักคงที่
    สารกระชุ่มกระช่วยงดทำงาน
    สิ่งเดียวที่จะทำให้อยู่ด้วยกันได้ตลอดไป คือ
    ความเข้าใจ ล้วนๆ

    ...ความห่างไกล มันทรมาน
    เวลาเจอกันจึงหอมหวาน
    และเป็นความทรงจำที่เก็บไปนั่งเพ้อฝันได้ในวันจาก

    ...บุคคลไม่พึงประสงค์สำหรับทุกคู่รัก
    มักจะเดินทางมาโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย

    ...ผู้ชายแสดงความรักด้วยการกระทำ
    ขณะที่ผู้หญิงอยากรู้ว่า รัก จากคำพูด


    ความรัก ไม่ต้องการ แค่วันเดียว

    ความรัก ไม่ต้องเกี่ยว กับวันไหน

    ความรัก ไม่ต้องมี เวลาใด

    ความรัก ไม่ต้องใช้ ให้ใครชี้

    ความรัก ไม่ต้องมี ข้อวิจารณ์

    ความรัก ไม่ต้องการ การกดขี่

    ความรัก ไม่ต้องให้ ใครตราตี

    ความรัก ไม่ต้องมี เส้นพรมแดน

    ความรัก ไม่ต้องรอ ข้อพิสูจน์

    ความรัก ไม่ต้องพูด ตามแบบแผน

    ความรัก ไม่ต้องการ การตอบแทน

    ความรัก ไม่ต้องแค่ หัวใจคน

    ความรัก ไม่ต้องการ การเป็นต่อ

    ความรัก ไม่ต้องรอ ขอเหตุผล

    ความรัก ไม่ต้องย้ำ ความมีจน

    ความรัก ไม่ต้องทน ที่จะรัก

    ................เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์......................
     

    Friend&Best friend

    Friend : เพื่อนจะเรียก พ่อ แม่ คุณ ว่าคุณป้า หรือ คุณลุง

    Best friend : จะเรียกพ่อ แม่คุณว่า คุณพ่อ คุณแม่ จริงมั้ย??

    Friend : ไม่เคยเห็นคุณร้องไห้ อืม . . .ไม่ถึงกับไม่เคยก็คงมี

    Best friend : จะเป็นที่พักพิงที่ดีที่สุดในทุกเวลาที่คุณร้องไห้

    Friend: เพื่อน เวลาเค้าไปเที่ยวบ้านคุณ เค้าจะเกรงใจ ไม่เคยถาม ขอ ทุกอย่างที่เกี่ยวกับการกิน ดื่ม

    Best friend : เวลาอยู่บ้านคุณ เค้าจะเปิดตู้เย็นบ้านคุณ พร้อมกับหยิบของที่คุณชอบมาให้

    Friend : เพื่อน จะถามเบอร์โทรศัพท์คุณ และบันทึกไว้

    Best friend : เค้าไม่จำเป็นต้องถาม และบันทึกมัน (( เพราะเค้าจำได้อยู่แล้วน่ะสิ ))

    Friend : จะยืมของๆคุณ และคืนให้ในแต่ละวัน

    Best friend : ยืมของแต่ไม่คืน (( และตัวเราก็ไม่คิดจะเอาคืนด้วย )) เพราะมั่นใจว่าเราจะไม่ทวง

    Friend : รู้บางเรื่องของคุณเท่านั้น

    Best friend : เค้าสามารถ เขียน ประวัติ และเรื่องราวย่อๆเกี่ยวกับชีวิตคุณได้เลย

    Friend : ถ้าไปไหนด้วยกัน เค้าจะอยู่ข้างหลัง (( อันนี้หมายถึงไม่ค่อยจะเดินพร้อมเราเท่าไหร่ ))

    Best friend : จะเดินพร้อมกับเราเสมอ ทุกเวลา  

    ปรัชญาต๊องๆ

     
     
    1. อย่าขับรถเร็วเกินที่เทวดาประจำตัวของคุณบินทันเป็นอันขาด

    2. การแก้แค้นไม่ทำให้เรารู้สึกดีขึ้นเหมือนกับดื่มน้ำทะเลเวลาหิวน้ำนั่นแหละ

    3. ความหมายของความสุขขึ้นอยู่กับสิ่งที่คุณอยากให้มันเป็น

    4. "อย่ากลัวความฝันของคุณ: มันง่ายกว่าที่คิด"

    5. นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่า ทุกๆ 4 คนจะมีคนหนึ่งที่สติเพี้ยน ๆ ลองเช็คเพื่อนคุณสัก 3 คนสิ ถ้าทุกคนปกติดีก็คุณน่ะแหละ

    6. แบ่งปันรอยยิ้มของคุณให้กับทุกคน แต่ให้เก็บจุมพิตให้กับคนเพียงคนเดียว

    7. น้ำตาจะให้คุณก็แค่ความเห็นอกเห็นใจ แต่เหงื่อจะทำให้คุณประสบความสำเร็จ

    8. สิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตนี้ไม่ใช่วัตถุ

    9. การออกกำลังกายที่ดีที่สุดสำหรับจิตใจคือการก้มลงแล้วช่วยคนอื่นให้ลุกขึ้น

    10. คนๆหนึ่งอาจทำอะไรผิดพลาดได้หลายอย่าง แต่มันจะกลายเป็นความพ่ายแพ้ไปจริงๆ เมื่อเขาเริ่มโยนความผิดไปให้คนอื่น

    11. เรารู้สึกดีที่มีความสำคัญ แต่ที่สำคัญยิ่งกว่าก็คือเป็นคนดี

    12. มีแต่ปลาตายที่ลอยตามน้ำ

    13. คุณค่าของคน ๆ หนี่งบอกได้จากวิธีที่เขาปฏิบัติต่อคนที่เขาไม่ต้องการ

    14. เงยหน้าขึ้นรับแสงตะวัน แล้วคุณจะไม่มีวันพบกับเงามืด

    15. คนอ่อนแอเท่านั้นที่ให้อภัยใครไม่เป็นการให้อภัยเป็นคุณสมบัติของผู้ เข้มแข็ง

    16. ในโลกนี้ไม่มีคนแปลกหน้าสำหรับเรา มีแต่เพื่อนที่เรายังไม่ได้พบเท่านั้น

    17. เมื่อคุณพูดความจริง คุณไม่จำเป็นต้องไปนั่งจำอะไรทั้งนั้น

    18. เด็กๆต้องการความรักมากที่สุดเมื่อพวกเขาทำตัวไม่น่ารัก

    19. คำว่า listen (ฟัง) นั้นใช้ตัวอักษรชุดเดียวกับคำว่า silent (เงียบ)

    เหตุผลของคนรักสุรา

    1. สุราไม่เคยช้อปปิ้ง และไม่จำเป็นต้องให้เงินใช้

    2. เป็นการง่ายที่คุณจะคบกับสุรานานาชาติโดยไม่ต้องมีปัญหาเรื่องภาษา ไม่ว่าจะเป็นเหล้ามะกัน ไวน์ฝรั่งเศส สาเกยุ่น เหมาไถจีน.. แต่การจะหาภรรยานานาชาติ อาจเป็นเรื่องที่ต้องพยายามกันเป็นปีๆ

    3. สุราร้อนทำให้เย็นได้ด้วยการจับยัดตู้เย็น เสียค่าไฟสิบบาท แต่เมื่อภรรยาอารมณ์ร้อน กว่าเธอจะเย็นขึ้นมาได้ คุณอาจต้องเสียเงินซื้อดอกไม้ช่อละหลายร้อย น้ำหอมขวดละหลายพัน หรือค่าโทรศัพท์อีกนับนาทีไม่ทัน

    4. คุณสามารถเปลี่ยนขวดที่กอดอยู่ข้าง ๆ ได้บ่อยเท่าที่ต้องการ แต่ถ้าจะเปลี่ยนคนที่คุณนอนกอดข้างๆ.. เอ้อ.... ได้ตื้บแน่!!

    5. คุณนั่งดูถ่ายทอดฟุตบอลคู่กับสุราได้นานเท่าที่ต้องการ

    6. สุราไม่เคยสั่งให้คุณไปซักผ้า ล้างรถ ตัดหญ้าสนาม ถูบ้าน ซ่อมห้องน้ำ ปูกระเบื้อง ปะหลังคารั่ว ย้ายชั้นวางของ ตอกตะปูแขวนรูปในห้องรับแขก

    7. สุราเปลี่ยนนิสัยคุณแค่ชั่วคราวหลังดื่ม แต่ภรรยาพยายามเปลี่ยนนิสัยคุณแบบถาวรด้วยกำลัง

    8. คุณสามารถนอนเกาก้นและเรอดัง ๆ กับสุราได้โดยไม่ถูกบ่นว่าหรือมองตาเขียว

    9. คุณสามารถหาซื้อสุราได้ง่ายและบ่อยเท่าที่กระเป๋าคุณเต็มใจ แต่มักไม่สามารถหาภรรยาได้ในราคาเต็มใจกระเป๋า แถมเปลี่ยนไม่ได้ง่าย ๆ เสียด้วย

    10. สุราไม่เคยแย่งกับแกล้มคุณกิน และเข้ากับเพื่อนร่วมวงของคุณได้เสมอ

    11. คุณสามารถตีตัวออกห่างจากสุราได้เมื่อรู้สึกเบื่อ และเมื่อใดที่คุณกลับไปหา.. สุราก็ยินดีต้อนรับคุณทุกครั้ง

    12. สุราไม่เคยหยิบเรื่องห่วย ๆ ที่คุณทำ (หรือเป็น) ไปเม้ากับเพื่อนๆ

    13. คุณพูดได้มากเท่าที่ต้องการเมื่อนั่งอยู่กับสุรา จะไม่มีเสียงบ่นว่า 'หยุดเดี๋ยวนี้นะ' - 'พอได้แล้ว' - 'นี่คุณ...' - 'หุบปาก' ให้ได้ยินอย่างเด็ดขาด

    14. สุราทุกขวดไม่เคยห่วงว่าคุณจะรักสุราขวดอื่นมากกว่า

    15. สุรายิ่งเก่ายิ่งดี มีราคาเพิ่มขึ้นตามเวลา แต่ภรรยาเนี่ยสิ... 
    9/10/2007

    14 ที่สุดในชีวิต

     1. ศัตรูที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดในชีวิตเรา ก็คือ ตัวเราเอง
    2. ความล้มเหลวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตเรา ก็คือ ความอวดดี
    3. การกระทำที่โง่เขลาที่สุดในชีวิตเรา ก็คือ การหลอกลวง
    4. สิ่งที่แสนสาหัสที่สุดในชีวิตเรา ก็คือ ความอิจฉาริษยา
    5. ความผิดพลาดมหันต์ที่สุดในชีวิตเรา ก็คือ การยอมแพ้ตัวเอง
    6. สิ่งที่เป็นอกุศลที่สุดในชีวิตเรา ก็คือ การหลอกตัวเอง
    7. สิ่งที่น่า สังเวชที่สุดในชีวิตเราก็คือ ความถดถอยของตัวเอง
    8. สิ่งที่น่า สรรเสริญที่สุดในชีวิตเรา ก็คือ ความอุตสาหะ วิริยะ
    9. ความ ล้มละลายที่สุดในชีวิตเรา ก็คือ ความสิ้นหวัง
    10. ทรัพย์สมบัติที่มีค่ามากที่สุด ในชีวิตเรา ก็คือ สุขภาพที่สมบูรณ์
    11. หนี้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตเรา ก็คือ หนี้บุญคุณ
    12. ของขวัญ ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตเรา ก็คือ การให้อภัยและความเมตตากรุณา
    13. ข้อบกพร่องที่ใหญ่หลวงที่สุดในชีวิตเรา ก็คือ การมองโลกในแง่ร้ายและไร้เหตุผล
    14. สิ่งที่ทำให้อิ่มอกอิ่มใจที่สุดในชีวิตเรา ก็คือ การให้ทาน

    30 ความสุขแบบง่ายๆ

     1. นึกไว้เสมอว่าการโกรธ 1 นาที จะทำให้ความทุกข์อยู่กับตัว 3 ชั่วโมง

    2. ถ้ายิ้มให้กับคนที่อยู่ในกระจก รับรองว่าเค้าต้องยิ้มตอบกลับมาทุกครั้งแน่

    3. ลองปลูกต้นไม้เองซักต้น การเติบโตของมันจะบ่งบอกตัวตนของคุณได้

    4. หลับตานิ่งๆ ซัก 3 นาที เมื่อรู้สึกว่าอะไรที่อยู่ตรงหน้ามันช่างยากจัง

    5. ระหว่างแปรงฟังถ้าฮัมเพลงด้วยไปจนจบ จะทำให้ฟังสะอาดขึ้น 2 เท่าแน่ะ

    6. เคี้ยวข้าวแต่ละคำให้ช้าลงจากที่รสชาติธรรมดาก้อจะอร่อยขึ้นเยอะเลย

    7. ไม่ว่าผมจะสั้นหรือยาวแค่ไหนก้อต้องการให้หวีอย่างทะนุถนอมเหมือนกันหมด

    8. การขึ้นบันไดสูงๆ แบบไม่ให้เมื่อย คือการไม่นับว่ากำลังยืนอยู่บันไดขั้นที่เท่าไหร่

    9. คนตาบอดจะเห็นว่าคุณสวยมากๆ ทันทีที่เธอถามเค้าว่า "ช่วยพาข้ามถนนไหมค่ะ"

    10. เมื่อจะหยิบเศษเงินให้ขอทาน ไม่จำเป็นต้องนับก่อนที่จะหย่อนลงกระป๋องหรอก

    11. ควรหัดพูดคำว่า "ไม่เป็นไร" ให้เคยปากมากกว่าการพูดคำว่า "จะเอายังไง"

    12. ลองตั้งนาฬิกาให้เร็วขึ้น 15 นาที รับรองว่าจะไม่ค่อยไปสายเหมือนเมื่อก่อน

    13. สัตว์เลี้ยงที่บ้านเก็บความลับเก่ง เรื่องที่ไม่อยากให้คนอื่นรู้จึงเล่าให้มันฟัง

    14. อาหารที่ไม่ชอบกินตอนเด็ก ลองตักเข้าปากอีกที เผื่อจะกลายเป็นอาหารจานโปรด

    15. เขียนชื่อคนที่เกลียดใส่กระดาษแล้วฉีกทิ้ง ความเกลียดจะเบาบางลงไปเรื่อยๆ

    16. ให้ปล่อยน้ำตาไหลโดยไม่ต้องเช็ด เมื่อน้ำตาแห้งจะดูแทบไม่ออกว่าเพิ่งร้องไห้

    17. ตุ๊กตาและของเล่นเก่าๆ จะทำให้เรายิ้มออกเสมอเมื่อไปหยิบมาเล่นอีกครั้ง

    18. ก่อนจะซื้ออะไรก้อตาม ต้องคิดหาประโยชน์ของมันทำให้ได้อย่างน้อย 3 ข้อก่อน

    19. ถึงเสื้อกางเกงในตู้จะมีอยู่น้อย แต่ถ้าใส่สลับกันไปเรื่อยๆ ก้อจะดูเหมือนมีเยอะขึ้น

    20. ซาลาเปา 1 ลูก กินได้ 2 คน ลูกชิ้นปิ้ง 1 ไม้ กินได้ 4 คน ถ้าคุณคิดจะแบ่งเท่านั้นเอง

    21. เลือกให้ของขวัญคนที่ไม่เคยได้ ดีกว่าให้คนที่ได้เยอะจนจำชื่อคนให้ได้ไม่หมด

    22. ในวันที่รู้สึกเศร้าๆ เหงาๆ เดินไปซื้อดอกไม้ให้ตัวเองสักดอกแล้วจะดีขึ้น

    23. แอบรักใครซักคน ยังไงก้อดีกว่าไม่เคยรู้ว่า ความรู้สึกรักมันเป็นยังไง

    24. ถึงจะไม่ออกไปไหน แต่ก้อไม่ได้หมายความว่าแต่งตัวสวยๆ หล่อๆ ไม่ได้นิ

    25. ฝึกโรแมนติกง่ายๆ คนเดียวบ้าง ด้วยการนั่งนับดาวให้ครบ 100 ดวงก่อนนอน

    26. ถ้าเธอเช็ดกระจกบานที่ขุ่นมัวที่สุดจนสดใสได้ ทำไมเธอจะเรียนดีกว่านี้ไม่ได้

    27. พยายามอ่านหนังสือทุกชนิดในมือให้จบเล่ม อาจไม่สนุก แต่ก้อมีประโยชน์แฝงอยู่บ้าง

    28. วันที่ตื่นเช้าๆ ให้บิดขี้เกียจนานที่สุดเท่าที่จะนานได้ ถ้าขี้เกียจออกกำลังกายนะ

    29. แค่เอาข้าวที่กินไม่หมดไปให้หมาที่เดินผ่านมา ก็เป็นการทำบุญที่ไม่ต้องลงทุนแล้ว

    30. ปิดไฟดวงที่ไม่จำเป็นในบ้าน คุณจะเก็บเงินเพิ่มขึ้นได้อีกหลายบาท
    9/5/2007

    `๏’ เพื่อนแท้ ไม่ต้องตามหา `๏’

     `๏’ เพื่อนแท้ ไม่ต้องตามหา `๏’



    แท้จริงแล้ว เพื่อนแท้.... ไม่ต้องตามหา
    แต่จะมาในวันที่เราล้ม
    และ ไม่เหลือใคร...

    ----------------------------------------------------------------

    ในชีวิตหนึ่ง...
    เรามีคนมากมายอยู่รอบข้างเรา
    แต่จะมีสักกี่คนที่จะเป็นเพื่อนเรา
    เราทุกคนต่างเสาะหาเพื่อนแท้

    เพื่อนที่อยู่เคียงข้างในยามทุกข์และสุข
    เพื่อนที่คอยปลอบใจเมื่อยามเราเศร้า
    เพื่อนที่มีรอยยิ้มให้กับความสุขของเรา


    แท้จริงแล้ว เพื่อนแท้.... ไม่ต้องตามหา
    แต่จะมาในวันที่เราล้ม และ
    ไม่เหลือใคร...

    จากที่ๆ เราไม่เคยมอง ไม่เคยสังเกต
    เขายังคงเห็นเรา...
    แม้ในวันที่เรารู้สึกตัวเล็กเหลือเกิน

    เขาคือคนที่...
    ยืนอยู่ข้างๆเรา
    รับฟังเรา...
    ในวันๆ นั้น...